การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ความหมาย
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตรงกับคำว่า Ecotourism ในภาษา อังกฤษ เกิดจากการรวมกันระหว่างคำว่า eco ที่มีความหมาย ว่า บ้านหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า tourism มีความหมายว่า การท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น เมื่อรวมเป็นคำว่า ecotourism จึงมีความหมายว่า การท่องเที่ยว ที่ที่เน้นในด้าน สิ่งแวดล้อมอันเป็นที่อยู่ ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เป็นการเดินทางไป ยังแหล่งธรรม ชาติ และแหล่ง วัฒนธรรมอย่าง มีความรับผิดชอบ โดยไม่ก่อให้ เกิดการรบ กวน หรือสร้างความ เสียหาย ให้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นการเดินทาง โดยมีวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อ การชื่นชม ศึกษา และเรียนรู้ กับธรรมชาติ เช่น ทัศนียภาพ พืชพันูธุ์ และสัตว์ป่า ตลอดจนศิลปะ-วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่นที่ไปเยือนนั้น เป็นการสร้าง โอกาศทางธุรกิจ ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง

หลักการ
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน ไม่ เบียดเบียนธรรมชาติ มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ ใช้อย่างพอดี เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรม ชาติได้อย่างยาวนาน และมีการกระจายผล ประโยชน์ให้แก่ คนส่วนใหญ่ รวมทั้งมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ระหว่างผู้ ที่เกี่ยวข้องหรือ มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นเมื่อนำหลักกา รนี้มาปรับใช้ กับการท่องเที่ยวอย่างยั้งยืน จึงมีจุดเน้นดังนี้
1. จะต้อง ช่วยกัน ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ให้สามารถใช้ประ โยชน์ได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน จนถึงชั่วลูกชั่วหลาน
2. ลดปริมาณการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างฟุ่มเฟือย และ สิ้น เปลือง และลดปริมาณของเสียที่ปล่อย ไปเป็น อันตราย ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. เปิดโอกาศให้คนในชุมชน ได้มีโอกาศใน การจัดการ และการรับผิดชอบร่วมกันเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้อง ถิ่น ตลอดจนการบริการการท่องเที่ยวและการได้รับผลแระโยชน์จากทรัพยากร
4. มีการประชุม และปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น หน่อย งานหรือองค์กรเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และคนในชุมชน เพื่อการวางแผนเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร อย่างเหมาะสม
5. มีการเผยแพร่แนวคิด การวิจัย และความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน ออกไปให้เป็นที่รู้จักกันอย่างขว้าง ขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นโยบาย
นโยบายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้เสนอไว้มีรายงานดังนี้
1. ต้องมีการควบคุม ดูแล รักษา และจัดการทรัพยากร การ ท่องเที่ยว ให้คงสภาพเดิมแท้ไว้ให้ มากที่สุด หลีกเลี่ยง หรือ งดเว้น การท่องเที่ยวในพื้นที่ที่อ่อนไหว ง่ายต่อการถูกกระทบ หรือฟื้นตัวยาก
2. ต้องคำนึงถึงศักยภาพ ของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีอยู่ มีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม และปรับให้เกิดความสมดุล กับรูปแบบและกิจกรรมที่มีอยู่เดิม
3. ต้องคำ นึงถึง การพัฒนาด้านการให้การศึกษา สร้างจิตสำ นึกที่ ดีในการรักษาระบบนิเวศร่วมกัน มากกว่า การมุ่ง เน้นความ เจริญทางด้านเศรษฐกิจ และการมีรายได้อย่างเดียว
4. ต้องให้ความสำคัญ ต่อการมีส่วนร่วม ของประชาชนและองค์กรในท้องถิ่น ในการจัดการทรัพยากร การบริการ การแลก-เปลี่ยน ความรู้และวัฒนธรรมของชุมชนในกระบวนการท่องเที่ยว รวมทั้งการมีส่วนร่วม ในการวางแผนการ พัฒนา หรือให้ประชาชน มีตัวแทนเป็นคณะกรรมการร่วมในทุกระดับ
5. ให้องค์กรต่างๆ กำหนดบทบาทที่ชัดเจน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีการจัดสรรงบประมาณ บุคลา กร และกำหนดวิธีการจัดการที่เหมาะสม
6. นำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เข้ามาสู่แผนพัฒนาระดับต่างๆ อย่างมีความสำคัญ ได้แก่ แผนพัฒนา ท้องถิ่น แผนพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนาภาค พร้อมทั้งให้มีการจัดสรรและกระจายงบประมาณ อย่างทั่วถึงและเพียงพอ
7. สนับสนุนการศึกษาวิจัย และประเมินผลการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดแนวทางการจัดการ และ การแก้ไขปัญหา และการปรับปรุงแผนอย่างเป็นขั้นตอน
8. มีการใช้กฏหมาย ในการควบคุมดูแลและรักษาสภาพแวดล้อม ของแหล่งท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด โดยเน้นการ แนะ นำ ตักเตือน และการสร้างวินัยการท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย
9. จัดทำแนวทางปฏิบัติ หรือคู่มือการจัดการ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการ มีส่วนร่วมในการพัฒนากา รท่องเที่ยว เชิงนิเวศ อย่างถูกต้อง
10. จัดให้มีเครือข่ายการท่องเที่ยว เชิงนิเวศ ทั้งในทางแนวตั้งและแนวนอน โดยให้มีการประสานงานด้านข้อมูล และ ข่าวสาร การจัดการร่วมกันทุกระดับ

องค์ประกอบ
องค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ประกอบด้วย 4 ประการหลัก ดังนี้
1. ทรัพยากรการท่องเที่ยว ประกอบด้วยแหล่งท่อง เที่ยว ต่างๆ เช่น น้ำตก ภูเขา ทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธฺุ์สัตว์ อุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยังคงความเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นต้น
2. นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นนักเดินทางที่แสวงหาความ เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีวัฒถุประสงค์ในการเดิน ทาง เพื่อการเรียนรู้และชื่นชมธรรมชาติ โดยไม่ทำลายหรือ สร้าง ความเสรื่อมโทรมให้กับแหล่งท่องเที่ยว
3. การตลาด เป็นการส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ข่าวสาร เกี่ยวกับ การ ท่องเที่ยวแบบยั่งยืน อย่างถูกต้อง ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ เป็นทางเลือกใน การช่วยตัดสิน การท่องเที่ยว อย่างเหมาะสมกับบุคลิก และความสนใจ สามารถยอมรับกฏและกติกา ในการปฏิบัติในรูปแบบ ของการท่องเที่ยว เชิงนิเวศได้ ก่อให้เกิดการสร้างนักท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพและนำไป สู่การ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อไป
4. การบริการ เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของข้อมูล และข่าวสาร ความรู้ที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ตลอดจนวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่น

กิจกรรม
เป็นกิจกรรม ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิด และชื่นชมกับ ธรรมชาติมากขึ้น กิจกรรมจะไม่ก่อให้เกิดการเบียนเบียน ธรรม ชาติ และทรัพยากร โดยส่วนใหญ่จะเน้นกิจกรรม ที่ท้าทาย และผจญภัย ตลอดจนการบำเพ็ญ ประโยชน์ เพื่อส่วนรวม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น กิจการปลูก ป่าในโครงการต่างๆ เป็นต้น กิจกรรมมัก จะสอดคล้อง กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในแต่ละท้องถิ่น เช่น ในจังหวัด กระบี่ จะเน้นกิจกรรมทางด้าน ทะเล เช่น ดำน้ำชมปะการัง การปีนผา เพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ เมืองกระบี่ พายเรือคายัค ไปตามเกาะแก่งต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรม ทางด้าน การเรียนรู้ธรรมชาติ และสิ่ง แวดล้อมในท้่องถิ่น เช่น การเดินป่า การถ่ายภาพ และการดูนก เป็นต้น นอกจาก นี้ก็ยังมีกิจ กรรมประเภทเสริมการออกกำลังกาย ไปพร้อมกับ การได้ชื่นชมธรรมชาติ เช่น การปั่นจักรยาน การพายเรือคายัค หรือเรือแคนู

ข้อมูลจาก : [ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ] [ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯเล่มที่ 27 ]
Drupal SEO